รองนายกรัฐมนตรีมอบโฉนดที่ดินคืนความสุขแก่ประชาชนจาก 12 จังหวัดในเขตภาคอีสานตอนบน

   วันนี้ (20 กันยายน 2561) ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ (หลังเก่า) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบคืนโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน "คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม" ประชาชนในเขตภาคอีสาน 12 จังหวัด คือ จ.ขอนแก่น จ.นครพนม จ.บึงกาฬ จ.มหาสารคาม จ.มุกดาหาร จ.ร้อยเอ็ด จ.เลย จ.สกลนคร จ.หนองคาย จ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี และกาฬสินธุ์ เข้ารับโฉนดที่ดินที่ได้ทำการเจรจาไกล่เกลี่ย จำนวน 1,366 ราย จำนวนโฉนดที่คืน 1,441 ฉบับ มีเนื้อที่ 5,153 ไร่ 74 ตารางวา คิดเป็นราคาซื้อขายที่ดิน เป็นเงิน 3,251,426,872 บาท และประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับคืนโฉนดที่ดิน จำนวน 805 ฉบับ พื้นที่ 2,429 ไร่ 3 งาน 75.5 ตารางวา คิดเป็น จำนวนเงิน 1,749,600,000 บาท

Continue Reading

พิมพ์ อีเมล

จังหวัดกาฬสินธุ์จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ศ.2561-2564

วันที่ 7 กันยายน 2561 ที่ห้องประชุมโรงแรมชาร์ลองบูทรีค อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ศ.2561-2564(2563) และกล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ "กาฬสินธุ์ การพัฒนาบนความท้าทายสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" โดยมีนายชาญชัย คงทัน หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดสัมมนาในครั้งนี้ ซึ่งมีผู้แทนจากส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ จำนวน 100 คน เพื่อทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มจังหวัด ให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันและตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

จ.กาฬสินธุ์ มอบรถสามล้อโยกสำหรับคนพิการ

วันนี้ 7 กันยายน 2561 ที่บริเวณห้องโถงศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นประธานมอบรถสามล้อโยกสำหรับคนพิการ จำนวน 60 คันให้แก่คนพิการในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน และมอบเงินสนับสนุนโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ จำนวน 17 ราย รวมเป็นเงิน 215,856 บาท เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในจังหวัดกาฬสินธุ์ตามโครงการคนกาฬสินธุ์ไม้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หรือ Kalasin Happiness Model

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

จ.กาฬสินธุ์ สัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป

วันนี้ 7 กันยายน 2561 นายรังสรรค์ สิงหบุตร อุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและการใช้บริการของศูนย์ ICT ระดับจังหวัด ซึ่งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์จัดขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปและอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ในเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมการเกษตรแปรรูปและการใช้บริการของศูนย์ ICT โดยมีผู้ประกอบการ ส่วนราชการ และประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมสัมมนาฯจำนวน 70 คน การสัมมนาฯครั้งนี้จะเน้นการบรรยาย เรื่อง การสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและการใช้บริการของศูนย์ ICT ระดับจังหวัด และการให้คำปรึกษาแนะนำการดำเนินธุรกิจด้วย Digital : Market Place For FACEBOOK

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

กาฬสินธุ์เชิญเที่ยวงานแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2561

วันที่ 6 กันยายน 2561 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลกมลาไสย อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดแถลงข่าวการจัดการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานประจำปี 2561 โดยมีนายธนูสินธ์ ไชยสิริ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธาน ซึ่งการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ในปี้กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20-23 กันยายน 2561 บริเวณท่าน้ำลำน้ำปาว บริเวณข้างที่ว่าการอำเภอกมกลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ คิกออฟปล่อยรถขนขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์ออกจากตำบลโคกสะอาด อำเภอฆ้องชัย

   ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์ จากเศษวัสดุเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลโนนสะอาด อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ รับซื้อนำมาชำแหละคัดแยกและเอาส่วนที่ไม่ต้องการมาทำลายด้วยการเผาได้ก่อให้เกิดมลพิษทั้งกลิ่นและควันรบกวนผู้ที่อยู่อาศัยใกล้เคียง อีกทั้งปล่อยน้ำที่เกิดจากการชะล้างลงสู่ไร่นาของชาวบ้านได้มีการเรียกร้องและร้องเรียนเป็นปัญหาสะสมมาเป็นเวลานาน
   วันที่ 6 กันยายน 2561 จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ร่วมกันกับกระทรวงอุตสาหกรรมและบริษัทเบตเตอร์ เวิลต์ ทรานสปอร์ต จำกัด คิกออฟเริ่มต้นการขนขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์ไปกำจัดอย่างถูกวิธี โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธาน ปล่อยขบวนรถขนขยะ
    นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กล่าว่า อาชีพค้าของเก่าในพื้นที่ตำบลโนนสะอาดสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านปีละหลายล้านบาทและมีการทำอาชีพนี้เป็นจำนวนมาก การเกิดมลพิษก็ตามมาเช่นกันโดยเฉพาะที่เกิดจากการเผาโฟม และแก้ว การที่จะสั่งปิดก็จะเป็นการปิดกั้นการทำมาหากินของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีจำนวนมากพอสมควร ทางออกที่ดีที่สุดคือการที่นำขยะเหล่านี้ออกไปกำจัดให้ถูกวิธี แต่ปัญหาที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายซึ่งในครั้งแรกจำนวน 50 ตันทางกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ดำเนินการ ครั้งต่อไปได้ให้ทางอำเภอ อตบ.และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไปหารือทำข้อตกลงกันให้เป็นไปตามหลักสากล คือผู้ที่มีรายได้ที่เป็นผู้ก่อให้เกิดมลพิษต้องเป็นผู้จ่ายค่าดำเนินการ

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล